ก่อนโชว์ The Hayley Williams Show ที่ Pine Knob Music Theatre รัฐ Michigan เมื่อวันที่ 19 กันยายน Hayley Williams นั่งกินไอศกรีมสตรอว์เบอร์รีอบจากร้าน Milk & Froth ร้านของครอบครัวท้องถิ่นใน Detroit กับ Tyler Common แห่งสื่ออิสระ Common Revolt ในรายการ Brain Freeze ตอนที่ 2 ทางรายการบอกเองว่าไม่ได้รับสปอนเซอร์ อยากเชียร์ร้านเฉยๆ ส่วนเฮย์ลีย์ก็บอกว่ามีกลุ่ม WhatsApp ของนักดนตรีและทีมงานทัวร์ราว 200 คนที่ตระเวนบุกร้านไอศกรีมเด็ดๆ แล้วโพสต์รูปอวดกัน ราชินีของกลุ่มคือ Steph โปรดิวเซอร์ที่เขียน “Parachute” และเพลงใน Petals For Armor มากับเธอ เฮย์ลีย์ยังไม่ได้เข้ากลุ่ม และยอมรับว่าคงต้องกินไอศกรีมให้หนักกว่านี้ก่อน
คนที่ดูโชว์แถบ Detroit มานานคงเคยได้ยินเฮย์ลีย์อุทิศเพลงให้ Papa Smurf รอบนี้เธอเล่าให้ฟังว่าเขาเป็นตำนานท้องถิ่น เป็นคนไร้บ้านที่วนเวียนอยู่หน้าฮอลล์ที่ Paramore เล่นโชว์แรกๆ ใน Detroit คอยเฝ้ารถตู้ อุปกรณ์ และรถพ่วงให้วง แล้วยังชอบเอาของขวัญชิ้นเล็กๆ มาให้เธอ วันที่ “Misery Business” ถูกเปิดทางวิทยุเป็นครั้งแรก เขาก็ยืนอยู่หน้ารถบัส ตอนที่วงเปิดหน้าต่างทุกบานแล้วเปิดเพลงดังๆ ด้วยกัน เธอบอกว่าไม่ได้เจอเขามานานมากแล้ว “เขาเป็นคนที่น่ารักมาก หวังว่าเขายังอยู่”
พูดถึงทัวร์โรงละครรอบก่อน เฮย์ลีย์บอกว่าจะเป็นหนึ่งในทัวร์ที่เธอรักที่สุด เพราะได้ชวนเพื่อนในแต่ละเมืองขึ้นมาร้อง “Parachute” ทุกคืน ตั้งแต่ Josh Scogin กับ Katie จาก Upchuck ในคืนแรกที่ Atlanta ไปจนถึง Anthony Green, Dallas Green ที่ไม่ได้เจอกันมาเกินสิบปี, Caleb Hearon และ Steph ที่ขึ้นมาตอนวงไปเล่นที่ Philly บ้านเกิดของเธอ “ตัวฉันตอนวัยรุ่นคงลอยไปถึงฟ้าแล้ว” เฮย์ลีย์ว่าอย่างนั้น เพราะคนพวกนี้คือคนที่สนับสนุนเธอกับ Paramore มานาน
ช่วงที่หนักที่สุดคือตอนเล่าถึง Mississippi เฮย์ลีย์โตมากับ soul และ R&B ยุค 90 อย่าง Aaliyah, TLC, SWV และ En Vogue ที่แม่ชอบ แต่ก็หนีรากตัวเองมานาน เพราะตั้งแต่เด็กเธอรู้สึกว่าไม่ควรอยู่ตรงนั้น ทั้งปัญหาในบ้าน แม่ที่คบผู้ชายไม่ดี และวัฒนธรรมโบสถ์ที่คนทำตัวไม่เหมือนกันระหว่างวันอาทิตย์กับวันอื่น จนวันหนึ่งเธอกับแม่ต้องรีบย้ายออกมา เธอบอกว่า “Simmer” สำหรับเธอคือเพลงเกี่ยวกับการทารุณที่ผู้หญิงทุกคนฝั่งแม่ต้องเจอ และเชื่อว่าการตัดสินใจของแม่ช่วยตัดวงจรนั้นได้ ทุกวันนี้เธอยังเข้ารับการบำบัดเรื่องนี้อยู่ เธอยังยอมรับด้วยว่าความหมั่นไส้คนพวกนั้นเป็นแรงหนึ่งที่ทำให้ลุกจากเตียงได้ ช่วงที่โรคซึมเศร้าไม่ได้ฉุดเธอลงไปได้เหมือนแต่ก่อน
แน่นอนว่าต้องพูดถึง Dolly Parton ที่เสียชีวิตไปเมื่อปลายเดือนสิงหาคม เฮย์ลีย์เล่าว่าตอนได้สัมภาษณ์ Dolly เธอสารภาพว่าโกรธเรื่องต่างๆ ในโลกจนบางทีก็พูดอะไรเลอะเทอะไป ทั้งในชีวิตจริงและบนเวทีกับ Paramore คำแนะนำหลักที่ได้กลับมาคือการกระทำสำคัญกว่าคำพูด และที่ทำให้เธอทึ่งที่สุดคือ Dolly ฟัง Flowers For Vases / descansos มาแล้ว พร้อมบอกว่า “เธอไม่ใช่คนเดียวที่ทำการบ้านมานะ” เฮย์ลีย์บอกว่ามันทำให้เธออยากแก่ตัวไปเป็นศิลปินในวงการนี้ เพราะมีคนแบบ Dolly ที่ปูทางไว้ให้แล้ว
ส่วนวิธีปล่อย Ego Death At A Bachelorette Party เธอบอกว่าทำอัลบั้มนี้เสร็จแล้วรู้สึกเหมือนอาเจียนไม่หยุด จนไม่รู้จะห่อมันเป็นสินค้ายังไง พอไม่มีค่ายแล้วจะทำอะไรก็ได้ เธอเลยนึกถึงตอนเด็กที่ Zac ทำ mix CD ให้แทบทุกสัปดาห์ แล้วอัดคลิป Instagram คลิปเดียวขอให้แฟนๆ ช่วยเรียงเพลย์ลิสต์ให้ ไม่ต้องมานั่งขอให้คน pre-save อีก อีกเรื่องที่เธอผลักดันคือการแบ่งค่าลิขสิทธิ์ให้คนออกแบบเสื้อวง เพราะสมัยก่อนบางทีจ่ายนักออกแบบแค่ 500 ดอลลาร์ แต่วงขายเสื้อลายนั้นได้เป็นหมื่นๆ ดอลลาร์ “มันควรเป็นเรื่องปกติ” ส่วนเหตุผลที่เลือกคุยกับ Common Revolt เธอตอบสั้นๆ ว่า “เพราะเราต้องการสื่ออิสระ”
