Hayley Williams เกี่ยวกับสุขภาพจิต การดูแลตัวเอง และสีผม

Hayley Williams ไม่ใช่นักร้องแปลกหน้าสำหรับเทศกาลดนตรี เธอเริ่มตั้งวง Paramore ตั้งแต่อายุ 14 เริ่มแสดงในเทศกาลก่อนที่จะอายุมากพอที่จะได้เข้าร่วมงานในฐานะคนดูซะอีก แต่ เธอบอกกับเราว่า ถึงแม้ว่าเธอจะรู้ว่าตัวเองนั้นต้องการจะอยู่บนเวทีในงานเทศกาลใหญ่ๆ เธอไม่เคยรู้สึกปลอดภัยในฐานะคนฟังเลย โดยเฉพาะในฐานะผู้หญิง

ในช่วงปีที่ผ่านมา เฮย์ลีย์เปิดเผยให้เรารู้มากขึ้น เกี่ยวกับสุขภาพจิตของเธอ และความลำบากในการใช้ชีวิต มันเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่แฟนๆของเธอก็คอยให้กำลังใจอย่างล้นหลาม การเปิดอกครั้งนี้ช่วยให้เธอรับมือกับปัญหาได้ดีขึ้น และทำให้เธออยากช่วยเหลือคนอื่นๆที่มีปัญหาเหมือนเธอเช่นกัน

วิธีนึงของเธอที่จะช่วยให้คนที่ชอบไปงานเทศกาล คือการสร้างพื้นที่หลบภัยสำหรับพวกเขาในยามที่เค้ารู้สึกสับสน ดังนั้นในปีนี้เธอจึงเปิดบรรยายงานของเธอเองที่ Bonnaroo โดยใช้ชื่อว่า Sanctuary of Self-Love (ที่หลบภัยสำหรับคนที่รักตัวเอง) เป็นที่ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพจิตและเป็นที่หลบภัยในยามที่คนดูรู้สึกตื่นเต้น หรือวุ่นวายมากเกินไปในเทศกาล เพื่อให้ได้มาพักผ่อน มีสปา และโยคะเพื่อให้คนที่มาร่วมงานได้พักผ่อน และยังมีบูทของ Good Dye Young มาเปิดเพื่อให้ทุกคนได้ย้อมสีผม เปลี่ยนลุคกัน

ก่อนงาน Bonnaroo จะเริ่ม เฮย์ลีย์ และ Lindsey Byrnes (ช่างภาพคนสนิท) ได้ให้สัมภาษณ์ในพื้นที่โล่งของงานเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดการเดินทางของเฮย์ลีย์
“ฉันอยากให้ทุกคนรู้ว่า ถึงแม้ว่าคุณจะเป็น Introvert คุณก็ยังมีพื้นที่ในเทศกาลดนตรี”
“การเข้าร่วมงานเทศกาลเป็นวิธีการเยียวยาอย่างหนึ่งที่มนุษย์เราทำได้ เพราะที่นั่นมีสังคม มีการปลดปล่อย”

ด้านล่างเป็นบทสัทภาณ์ของเฮย์ลีย์และลินด์ซีย์เกี่ยวกับที่หลบภัย สุขภาพจิต และสีผของเธอ – Bailey Calree

Photo by Lindsey Byrnes

อะไรที่ทำให้คุณเปิดบรรยายที่งาน Bonnaroo ถ้าเทียบกับที่อื่นๆ
ใครที่ได้มาแนชวิลล์หรือพื้นที่แถวนี้ จะรู้ว่าที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น ไม่เหมือนที่ L.A. หรือ Coachella บรรยากาศที่นี่ไม่เหมือนกัน ถึงแม้ว่าฉันจะเป็นคนในพื้นที่ ฉันเองสามารถพูดได้เต็มปากว่า เรามีการดูแลที่ดี แบบคนตอนใต้ เรามีความจริงใจ และนั่นเป็นสิ่งที่ดี

เราแสดงในเทศกาลดนตรีมากมาย นับไม่ถ้วน เราเคยแสดงแทบจะเป็นวงท้ายๆ เราเคยเฮดไลน์เป็นวงเปิดในงานใหญ่ๆ เราโตมากับสิ่งนี้ และฉันกำลังบอกคุณว่า ในช่วงเวลาที่อินโทรกำลังดังขึ้นสำหรับเซ็ตของเราในงาน Bonnaroo ฉันรู้สึกต่างออกไป มันเป็นความรู้สึกที่ไหลออกมาจากกลุ่มคนดูและมันไม่สิ้นสุด

ความรู้สึกนั้นมันดีมากๆ และผู้คนเหล่านั้นมาเพื่อนกันและกัน และสำหรับเรา และสำหรับนักดนตรีทุกคนที่อยู่บนเวที ฉันไม่เคยรู้สึกแบบนั้นมาก่อน ฉันไม่เคยรู้สึกถึงซัพพอทแบบนั้น ฉันอธิบายมันไม่ได้ ไม่ได้บอกว่าคนกลุ่มนั้นดีกว่าคนกลุ่มอื่นๆ มันแค่ดีมาก เป็นความรู้สึกที่ดี และฉันไม่อยากให้การแสดงครั้งนั้นจบลง ฉันรักมันมาก แม้จะคืนนั้นก็ตาม ฉันยังรู้สึกเชื่อมโยงถึงแก่นกลางของเทศกาล และมันดีมากๆที่ได้มีส่วนร่วมในอีกด้านที่สามารถช่วยใหุ้กคนได้รู้สึกแบบเดียวกัน

สิ่งที่ฉันรักเกี่ยวกับงาน Bonnaroo คือการที่ฉันได้เข้าใจถึงจิตวิญญาณ วัฒนธรรม และการรับสาร ฉันสามารถบอกได้ว่าบูทของเราสร้างขึ้นมาเพื่อคนที่เป็น Introvert และอยากร่วมงานเทศกาลในช่วงสุดสัปดาห์ มันเหมือนว่า นี่เป็นพื้นที่ของคุณ ได้นั่งสมาธิในตอนเช้า เพิ่มพลังและรีเซ็ต เชื่อมโยงกับตัวเอง และคนอื่นๆในมุมที่คุณเองอาจจะไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อนในงานเทศกาล ดังนั้นนั่นคืออีกสิ่งที่ฉันรักใน Bonnaroo คือพวกเค้าสนใจในการให้พื้นที่ของทุกคน

Photo by Lindsey Byrnes

ยาย้อมผม Good Dye Young เข้ามามีส่วนในงานได้ยังไง?
เรายืนหยัดเพื่อให้กำลังใจทุกๆคนด้วยเครื่องมือที่สามารถปลดปล่อยความเป็นตัวเอง สร้างสรรค์ และใช้ผลิตภัณฑ์ความงามเป็นตัวกลางในการเล่าเรื่องราวเพื่อส่งผ่านเรื่องราวของตัวเอง เป็นการฉลองให้ความงามของตัวเอง
ฉันรู้สึกดีมากกับบริษัทที่จัดตั้งใหม่ โดยเฉพาะบริษัทที่ก่อตั้งโดยผู้หญิง เป็นการแสดงความแตกต่าง
ฉันเองรู้สึกตื่นเต้นมากกับสิ่งที่เราทำ เพราะไม่ได้มีบริษัทแบบเรามากมายนักในวงการสีผม

ทางเทศกาลเลยสนใจในจุดนั้น และอยากให้เราสร้างพื้นที่สำหรับ Bonnaroo และเราก็คุยกันไปเร็วมากจน พวกเขาถามว่า “คุณอยากให้พื้นที่ของคุณมี GoodDyeYoung และยังดึงเอาองค์กรท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมด้วยมั้ย” ตอนนั้นฉันรู้สีกว่า พระเจ้า มันต้องเด็ดมากๆแน่เลย เพราะมันกำลังเป็นที่พูดถึงอยู่ตอนนี้

ในทุกๆมุมที่ได้ใช้ชีวิตตอนนี้ คุณจะเจอบทสนทนาเกี่ยวกับสุขภาพจิต และอะไรที่เราควรไม่ควรทำเพื่อให้ตัวเองดีขึ้น สำหรับฉัน สองปีที่ผ่านมา ฉันมองข้ามความเศร้าของตัวเอง ฉันรู้ว่าฉันมันเศร้า ฉันรู้ว่าฉันผ่านเรื่องอะไรมากมายหลายอย่าง แต่ฉันบอกตัวเองตลอกว่า ฉันรับมือได้ ฉันทำได้ และเอาจริงๆ ตอนที่จะมี Bonnaroo มาติดต่อเราเรื่องนี้ ฉันไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ ประชุมแรกที่เรามี ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันจะทำอะไร ฉันยังฉีกเล็บตัวเอง จนมันเลือดไหล แล้วก็เก็บไว้ เพราะฉันชอบสะสม มั้ง

คุณเก็บเล็บไว้?
ไม่ ไม่ ฉันหมายถึงเอกสารที่ใช้ประชุมตอนนั้น เพราะฉันเป็นพวกชอบระลึกความหลัง แล้วก็ชอบสะสมอะไรแบบนี้ จากอาชีพตัวเองด้วยส่วนนึง แล้วก็จากสิ่งที่ฉันชอบ ที่รู้สึกว่ามันพิเศษ
กับเอกสารประชุมตอนนั้น เกี่ยวกับไอเดียเริ่มต้น มีแต่เลือดเต็มไปหมด ฉันพึ่งกำลังผ่านช่วงเวลาที่หดหู่ ผ่านความทรมาน กับเรื่องที่ฉันไม่ได้รับมือมาตั้งแต่แรก แล้วทันใด อัลบั้ม After Laughter ก็เริ่มดูสมเหตุสมผลมากขึ้น

นั่นทำให้ฉันยิ่งรักงานของตัวเอง กับสิ่งที่เขาขอร้องให้ฉันทำ ที่ช่วยเหลือผู้คน ให้พื้นที่ หางานให้กับพวกเขา ให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งกายใจ และจิตวิญญาณ สำหรับบางคน นั่นอาจจะเป็นกิจกรรมที่เน้นการเคลื่อนไหวของร่างกาย ที่พวกเขาสามารถสร้างสรรค์งานศิลปะ มันใหญ่มาก และสำคัญมากสำหรับฉันที่ได้มองเห็นว่าฉันได้สร้างบางสิ่ง สำหรับคนอื่นๆ มันอาจจะเป็นการนั่งสมาธิ แบบเงียบๆ การคำนึงถึงภายใน เพื่อให้พวกเขาได้นั่งอยู่กับตัวเอง อาจจะเป็นการฝึกหายใจ ซึ่งก็เงียบเช่นกัน และเกี่ยวกับภายใน ฉันต้องการทั้งคู่ และต้องการให้เป็นความรักที่จับต้องได้เช่นกัน

Photo by Lindsey Byrnes

มาพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Brian O’Connor จุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณทำสีผม เพราะว่า คุณทำให้มันเป็นกระแส

ฉันเองสมัยนั้นก็เป็นแค่เด็กธรรมดาทั่วไปในยุคปี 2000 ใช้ยาย้อมผมกล่องที่ได้จากร้านขายยา เราเป็นแค่เด็กชานเมือง เรารู้สึกเบื่อหน่ายมาก วันนึงพวกหนุ่มๆกับฉันก็เอาเงินที่เราหาได้ เงินส่วนใหญ่ก็มาจากการที่ทำงานที่ร้านพิซซ่าของพ่อแซคกับจอช เราซื้อยาย้อมผมสีดำในบ่ายวันนั้น

ทุกคนย้อมผมสีดำ
ใช่ มันเป็นอะไรที่ค่อนข้างป๊อปมากในวงดนตรีสมัยนั้น และการโยกหัวพร้อมๆกัน จริงๆฉันเองก็ยังหาความแตกต่างระหว่างบอยแบนด์กับอีโมแบนด์ในยุคปี 2000

วงอีโม วงวาร์ปทัวร์
เราไม่ค่อยพูดถึงเรื่องอีโมเท่าไหร่ เพราะมันมีความหมายที่ค่อนข้างแตกต่างไปสำหรับฉันเมื่อเทียบกับคนที่อายุน้อยกว่า หรือมากกว่าตัวฉัน มันเป็นเรื่องของวัย แต่เรื่องผม ฉันตื่นเต้นเสมอที่ได้เปลี่ยนลุคของตัวเอง เปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยสิ่งที่ฉันควบคุมได้ ได้แสดงออกในสิ่วที่ฉันรู้สึก หรือสิ่งที่ฉันสนใจ

Photo by Lindsey Byrnes

สีน้ำเงินดำรึป่าว?
ใช่ เป็นสีน้ำเงินดำ แล้วมันเอาออกจากหัวของฉันยากมาก นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผมของฉันถึงเป็นสีน้ำตาลในอัลบั้มแรก เพราะฉันพยายามจะย้อมให้มันเป็นสีน้ำตาลแดงด้านบน แต่มันไม่ได้ผล

ฉันอายุ 16 ในตอนนั้น ฉันย้อมผมตัวเอง พอจบอัลบั้มแรก เราตัดสินใจที่จะทำเอ็มวีตัวสุดท้ายพร้อมๆกับทัวร์ที่เราจัดเอง และฉันอยากได้ผมที่เป็นสีเดียวกับก้านไม้ขีดไฟ อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าฉันมีสีผมน้ำตาลแดง ผมแดงๆ และปลายเหลือง ไม่รู้สิ…

คุณอยากให้ตัวเองเหมือนเปลวเพลิง
ใช่ ฉันอยากให้ตัวเองเหมือนเปลวเพลิง และบางทีลึกๆแล้ว มันอาจจะมาจากพวกคนเขียนบทความด้วยที่ชอบบอกว่า “นักร้องนำผมเปลวเพลิง … พังค์กี้” ฉันมักได้ยินพวกคำประเภทนี้ใช้เพื่ออธิบายวงของฉัน นั่นอาจจะเป็นวิธีที่คนใช้เพื่ออธิบายความเป็นตัวฉัน เพราะผมแดงที่ย้อม

Photo by Lindsey Byrnes

ดังนั้นคุณก็เลย งั้นก็ปล่อยเลยตามเลยละกัน?
ใช่ ฉันคิดว่างั้น ลึกๆแล้ว ฉันคิดว่ามันก็เจ๋งดี ถึงแม้ว่าบางทีมันก็น่ารำคาญนิดหน่อย เพราะคนสนใจแต่ผมของฉัน ฉันคิดว่าเค้าควรจะโฟกัสที่วง กับเพลงมากกว่า ตอนนั้นฉันก็คิดว่า ฉันอยากจะเท่ห์ อยากให้มันออกมาดูดี แต่ก็สนุกกับการได้แสดงออก ฉันไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับผมตัวเอง ก็เลยไปเจอร้านทำผมที่ค่อนข้างดังอยู่ที่ Franklin Tennessee แล้วดูเหมือนว่าจะมีแต่คนหนุ่มๆสาวๆ เจ๋งๆทำงานที่นั่น นั่นเป็นที่ที่ฉันได้เจอ Brian

ตอนนั้นเค้าอายุ 19 และฉันอายุ 17 หรือไม่ก็เกือบๆจะ 17 นั่นเป็นครั้วแรกที่เราเจอกัน และทำงานด้วยกันเกี่ยวกับเส้นผม แม้ว่าตอนนั้น ฉันคิดว่าฉันอาจจะไม่ได้เจอเค้าอีก
อย่างเอ็มวี Emergency นั่นเป็นผลงานของของและเจ้าของร้าน Pink Mullet เจ๋งมั้ยละ?

Photo by Lindsey Byrnes

นั่นเป็นจุดเริ่มต้น ของจุดเริ่มต้น
เราจบทัวร์หลังจากนั้น และพอกลับมาบ้าน เรารู้สึกเหมือนตัวเองไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป เพราะหลังจากอัลบั้มนั้น ไม่ใช่แค่ทางวงจะเริ่มมีคนรู้จักมาก แต่ฉันอายุแค่ 18 สไตล์ของฉัน ไม่ว่าคุณจะเรียกว่าอะไร แฟชั่นก็ตามแต่ มันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ และผมนั่น กับเ้คอัพที่ฉันทำ ฉันไม่มีช่างแต่งหน้าของตัวเอง ฉันแค่โบกอะไรก็ตามที่มีไปบนหน้า พอคนเห็นคนก็อยากทำตาม ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ แต่มันประหลาดมาก มันเป็นรูปที่ตลกมากที่วงของเราไปอยู่บนโปลเตอร์ Hot Topic สำหรับเด็ก

และมันบ้ามากเวลาที่คิดถึงมัน เพราะว่าหลังจากนั้น Paramore ก็เริ่มรู้ตัวว่าเราเองจะกลายเป็นที่พูดถึง แล้วเราเองก็ปฏิเสธมันอย่างรวดเร็ว พอเรารู้ว่าเราจะเป็นแบบนั้น เราก็ปฏิเสธมันอย่างรวดเร็ว และฉันคิดว่านั่นเป้นเหตุผลที่ว่าทำไมเรายังอยู่ตรงนี้ ยังคทำงาน เราไม่ยอมให้มันกลืนกินเรา ถึงแม้ว่าฉันจะยังคงย้อมสีผมอยู่ และใส่เสื้อผ้าประหลาดๆ แต่เราก็เริ่มทำอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ และสำหรับฉัน จากเด็กผู้หญิงกลายเป็นผู้ใหญ่ มันเกี่ยวกับว่า โอเค ฉันจะหาทางแสดงออกตลอดเวลา เพราะฉันคิดว่านั่นคือสิ่งที่คุณทำในตอนที่คุณอายน้อยๆ สำหรับฉันคือการได้ปลดปล่อยตัวเองในวง Paramore

Photo by Lindsey Byrnes

มันน่าสนใจสำหรับฉันมากๆ สำหรับข้อมูล ฉันไม่รู้เลยว่าคุณมีอีกด้านที่อ่อนไหว เราแค่มองเห็นคุณ แล้วคิดว่า โอพระเจ้า คุณสวยเหลือเกิน เวลาอยู่บนเวทีนั่น และสีผมเธอสุดโต่งมาก แต่ลึกๆข้างใน สิ่งที่คุณกำลังคิด ฉันไม่อยากลงจากเวทีนั้นเพราะฉันกำลังรู้สึกแย่ ฉันไม่อยากให้คนมองฉันไม่ดี
ใช่ มันขัดแย้งในตัวเอง เพราะว่าในอีกด้านนึง ถ้าไม่ใช่เพื่อโชว์ ฉันคงไม่มีชีวิตอยู่ถึงทุกวันนี้ เพราะการแสดงออกทางร่างกาย พลังงานของฉัน การแลกเปลี่ยนพลังกันที่ทำให้ฉันผา่านเรื่องราวร้ายๆมาได้ มันช่วยฉันได้มากในช่วงที่ฉันเศร้า และฉันแค่อยากจะเต้นให้สุด มันช่วยทำให้ร่างกายฉันเหงื่อออก ซึ่งมันดีต่อใจด้วย ฉันไม่รู้เลยว่าการออกทัวร์จะช่วยเรื่องสุขภาพจิตของฉัน เพราะในเวลาเดียวกัน ในขณะที่มันช่วยฉันเอง มันก็ทำให้ฉันถูกคนอื่นมองในอีกมุมนึง ซึ่งฉันไม่ได้เป็นแบบนั้น และนั่นน่าจะเป็นเรื่องปกติ ของการเติบโต

แต่ฉันคิดว่ามันน่าสนใจมาก สำหรับ Good Dye Young ที่มีส่วนร่วมในงาน Bonnaroo เพราะมันยากมากสำหรับวงดนตรี ยากมากสำหรับบริษัท ที่จะเข้าร่วมงานเทศกาล และเริ่มทำอะไรใหม่ๆ ในโลกที่อะไรๆก็แทบจะมีครบทุกอย่าง และฉันคิดว่าเพราะแบบนั้นแหละ คุณสามารถบอกตัวเองว่าให้อยู่กับปัจจุบัน บอกให้คุณรู้ว่าไม่ได้มีทุกอย่างที่ดีไปหมด และมันบอกให้คุณรู้ว่าคุณยังมีอะไรดีที่คุณเองก็คาดไม่ถึง
ฉัน เริ่มต้นจากร่วมวง Paramore จนมาเจอไบรอัน ผ่านช่วงเวลามา เราสามารถคุยเรื่องนี้ต่อไปได้เรื่อยๆ … ฉันก็เรียนรู้ว่าอะไรที่ฉันโอเคด้วย เรียนรู้ว่าฉันชอบอะไร ว่าอะไรที่มีค่าสำหรับฉัน และมันยากมากที่จะจินตนาการถึงคนที่ล้านพันคนที่รู้จัก และเข้าใจฉันในวันที่ฉันรู้สึกแย่ที่สุด พวกเขารู้ว่าอะไรดี อะไรไม่ดี อะไรที่แย่เกี่ยวกับตัวฉัน แต่จะสร้างอะไรสักอย่าง มันต้องแลกมาด้วยการเสียสละ ต้องยอมลดความทะนง และผิดพลาดหลายๆครั้ง และฉันก็รู้สึกว่า รู้สึกดีจังที่ฉันอายุ 30 แต่มีคกดดันน้อยลง ฉันเก่งในสิ่งที่ฉันทำ ฉันไม่จำเป็นต้องเป็นที่คาดหวังโดยทุกคนตลอดเวลา

Photo by Lindsey Byrnes

มันรู้สึกเหมือนหลายปีที่ผ่านมาสำหรับคุณ เป็นช่วงเวลาทที่คุณอ่อนแอ เกี่ยวกับสิ่งที่คุณทำ ซึ่งอาจจะเป็นปัญหา รวมถึงบริษัทด้วย เหมือนกับคุณกำลังบอกว่าการเป็นมนุษย์นั้น ต้องรู้จักอ่อนแอด้วย คุณรู้สึกยังไง?
ฉันคิดว่า Paramore ทำให้ฉันเป็นแบบที่ฉันเป็น มันเตรียมฉันให้พร้อม เพื่อที่จะทำให้ทุกคนผิดหวังตลอดเวลา ฉันคิดว่า Paramore สอนฉันมาค่อนข้างดีทีเดียว เพื่อให้ทำปัญหาให้เกิดต่อหน้าผู้คน และช่วยให้ฉันเรียนรู้มันในเวลาเดียวกัน คุณต้องลดความทะนงลง

เกี่ยวกับบริษัทของเรา คือมันสร้างด้วยมือของมนุษย์ ตัวอย่างเช่น ไบรอันกับฉันทำพลาดมาเยอะ ในเรื่องของสูตรยาย้อมผม และเราแก้ไขมัน เราต้องโปร่งใสกับเรื่องแบบนี้ด้วย บางอย่างที่คุณแก้ไข แต่มันก็เกิดขึ้นอีก ฉันเริ่มเข้าใจว่าปัญหาเกิดขึ้นเสมอในวงการความสวยความงาม เราเลยพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และพยายามแก้ไขมัน และทำให้มั่นใจว่าเราทำมันถุกต้อง

โดยทั่วไป เราทำสูตรที่ผิดพลาด เราทำพลาดในปัญหาส่วนตัว เราดีลกันผิดพลาด ทุกๆอย่างมันโอเคหมด เพราะหนึ่ง เรายังอยู่ตรงนี้ เรายังคงเรียนรู้ ตราบใดที่เรายังคงเรียนรู้ เราก็พัฒนาต่อไปได้

ฉันมองเห็น Good Dye Young อยู่ตรงนี้มาค่อนข้างนาน นั่นหมายความว่า ถ้ามีอะไรที่พลาดในระบบ มันจะเป็นสัญลักษณ์ที่บอก เป็นสิ่งที่เราเรียนรู้ และจำได้ว่า จดจำมันไว้นะ และดูเราตอนนี้ นั่นคือสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ตอนฉันอายุ 75 ฉันคงมองกลับไปแล้วคิดว่ามันเจ๋งดี

Photo by Lindsey Byrnes

บทความต้นฉบับ – https://nylon.com/hayley-williams-self-care-interview


0 0 vote
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x