Hayley Williams: ทุกๆอย่างก็เป็นทุกๆอย่างนั่นแหละ

Hayley Williams ได้ให้สัมภาษณ์เป็นการส่วนตัวกับ i-D.vice.com พูดคุยเกี่ยวกับอัลบั้ม After Laughter และแนวความคิดที่เธอมีเกี่ยวกับอัลบั้มนี้ สามารถอ่านได้ด้านล่างครับ

มันมีเส้นใยบางๆของการมองโลกในแง่ลบในอัลบั้ม After Laughter ที่คุณทั้งโอบกอดมัน และบางทีก็ปลดปล่อยมันออกไป ทั้งหมดทั้งมวล คุณคิดว่ามันจะลงเอยแบบไหน?

ฉันชอบพูดขำๆบ่อยๆในช่วงที่ผ่านมา ว่าฉันเองเป็นพวกที่ชอบอยู่กับความเป็นจริง ตลอดเวลาที่เราเขียนเพลงในอัลบั้ม Brand New Eyes ฉันพยายามจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเขียนเพลงที่มีความหวัง ความฝัน มากเกินไป เพราะฉันรู้สึกว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันปล่อยให้หัวใจของฉันตัดสินใจเอง มันจะจบไม่สวยเท่าไหร่ เป็นสิ่งที่ฉันพยายามมาตลอดชีวิต
ฉันหยุดคิดในเรื่องที่ฉันควรจะฝันถึงแล้ว และคิดว่าอะไรตะหากที่น่าจะเกิดขึ้นได้ ฉันไม่ได้คิดว่ามันดูแย่นะ แต่ก็อยากจะมีความฝันแค่เพียงเล็กน้อย
ฉันผ่านอะไรมาหลากหลายในช่วงหลายปีที่ ถ้าไม่มีสิ่งที่ฝันเอาไว้ ถ้าไม่มีหนทางให้ได้มองเห็นแสงที่ปลายอุงโมงค์ มันก็ไม่มีค่าอะไรที่จะพยายามดำเนินชีวิตในแต่ละวัน
มันยากมากที่จะตอบว่ามันจะลงเอยยังไง แต่ฉันคิดว่าทั้งอัลบั้มคือเพลงที่ชีวิตของฉันกำลังดำเนินอยู่ และมันแสดงออกมาว่า ‘ใช่ วันนี้ฉันต้องพยายาม เพราะฉันยังมีความฝัน และยังมองหาสิ่งต่างๆ’ แต่พออีกวันถัดมาก็เหมือนกับว่า ‘ไม่ ฉันไม่เห็นแสงเล็ดลอดออกมาจากปลายอุโมงค์นั่นเลย มันหายไปแล้ว และฉันต้องโฟกัสกับสิ่งที่อยุ่ตรงหน้า’ บางทีนั่นคือสิ่งที่มนุษย์ต้องตัดสินใจ และทำให้มันเป็นเรื่องราวของชีวิต

คุณรู้ตัวเมื่อไหร่ว่าทิศทางของเพลงจะไปในทางนี้ คุณกังวลมั้ยว่ามันอาจจะไม่เข้ากันระหว่างทำนอง และเนื้อเพลงที่แสนจะหดหู่?

ใช่ ฉันเคยกังวลมาก ฉันเคยบอกเทย์เลอร์มาตลอดหกเดือนว่า ‘นายต้องทำทำนองเศร้านะ ขอร้อง’
เทย์เลอร์เป็นคนที่สามารถเขียนเพลงที่ดูมีความสุขสุดๆ ในขณะที่ชีวิตเค้าผ่านเรื่องราวหนักหน่วง ฉันเองก็อยากทำแบบนั้นได้บ้างบางทีที่เราจะสามารถลอยอยู่เหนือความรู้สึกของตัวเอง และยังคงรับรู้ว่า มันยังอยู่ตรงนี้
ฉันคิดกับตัวเองเสมอ ว่ามันยาก ต้องขอบคุณเทย์เลอร์ที่เขียนทำนองแบบนี้ออกมา เพราะฉันคงกลัวหนักกว่านี้ ถ้าจะต้องปล่อยใจผ่านทุกๆอย่างอีกครั้งเวลาที่ร้องมัน ฉันอยากจะเต้นเพื่อเตะความเศร้าออกไปบ้าง ฉันพูดเสมอว่า ‘ร้องไห้หนัก แต่เต้นหนักกว่า’ และนั่นคือสิ่งที่ฉันรู้สึก
เวลาที่อยู่บนเวทีและเล่นเพลงพวกนี้ ฉันรู้สึกว่า ‘ให้ตายเถอะ บางทีชีวิตมันช่างลำบาก แต่ฉันจะพยายามและกระทืบมันลงไปให้ทั่ว และเต้นให้จบวันนั้น นั่นเป็นสิ่งที่ฉันทำได้’ เพราะงั้นฉันรู้สึกดีใจมากที่ทำนองและเนื้อเพลงออกมาแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะว่ามันช่วยเยียวยาจริงๆ มันเป็นเรื่องที่ดีสำหรับฉันในการรู้สึกทุกอย่างอย่างเต็มที่ ในคราเดียว เพื่อที่จะให้รู้ว่าฉันยังไม่ตาย

คุณพูดเมื่อกี้นี้ว่าคุณทบทวนในสมองตัวเองบ่อยมาก ในเพลง Idle Worship คุณต้องต่อสู้กับแรงกดดันในการเป็น role model ซึ่งเข้าใจได้ถึงความอึดอัด แต่คุณรู้สึกกดดันขนาดไหนจากภายใน และภายนอก

ฉันพบตัวเองในจุดๆหนึ่งของความคิดที่แปลกประหลาด ในช่วงหลายปีที่่ผ่านมา แต่มันออกมาในอัลบั้มนี้
เรื่องเกิดจากตอนที่มีแฟนเพลงมาที่เมืองของเราและมาถ่ายรูป แอ๊คท่าซุปเปอร์ฮีโร พร้อมกับเสื้อวงของเรา พวกเขามักจะพูดว่า ‘ให้ตายเถอะ เธอช่างเพอร์เฟ็ค ฉันชื่นชอบเธอมาตลอด’ ตัวฉันเองไม่เคยขัดนะ ถ้าพวกเขาจะพูดแบบนั้น เพราะนั่นคือความจริงสำหรับพวกเขา และฉันขอบคุณจากใจที่คิดแบบนั้น แต่ ที่ฉันยังรับไม่ได้คือ ตัวฉันเอง ต่างจากสิ่งที่เค้ามองเห็นมาก ตัวฉันเองกำลังแตกสลาย ฉันทั้งยังสูญเสียมิตรภาพ ฉันรู้สึกว่า ‘ว้าว คนคนนี้ที่ยืนตรงหน้าฉัน ไม่รู้เลยสินะ ว่าจริงๆแล้ว ตัวฉันแย่กว่าคุณอีก’
และพวกเขามาขอคำแนะนำ และมาบอกว่าฉันดีแบบนั้นแบบนี้ มันทำให้ฉันโกรธตัวเองมาก เพราะฉันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย และไม่มีทางด้วย และมันทำให้ฉันสงสัยว่า ‘นี่ฉัน แสดงให้คนอื่นเห็นหรอ ว่าฉันสามารถรับมือกับปัญหาพวกนี้ได้? นี่ฉันทำแบบนั้นหรอ?’
ฉันกลับบ้านไม่นานหลังจากเหตุการณ์นั้น เขียนเพลงที่เทย์เลอร์ส่งทำนองมาให้เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน แล้วมันก็กลายมาเป็นเพลงนี้

บางทีฉันสงสัยว่านักดนตรีผู้หญิงจะต้องมีมาตรฐานที่สูงกว่ารึป่าว เมื่อต้องเป็น role model

ฉันเห็นด้วยจากใจ มันมีบทสนทนาเกี่ยวกับเรื่องนี้มากมายเหลือเกินในชีวิตทุกวันนี้ และบางทีฉันแทบไม่ได้ทำอะไรกับมันเลย แค่รู้ว่ามันเิดขึ้นมาเอง
ตอนที่เรากำลังออกจากสนามบินเมื่อวาน และมีปาปารัซซี่มาที่นั่น ผู้จัดการทัวร์ของเราบอกว่า ‘เธออยากจะไปที่รถตู้เลยมั้ย?’ และฉันรู้สึกว่า ‘ใช่ ฉันอยากทำแบบนั้น’ เพราะฉันรู้สึกไม่สบายใจเวลาที่มีกล้องถ่ายรูปหลายตัวมารุมฉัน ฉันจะกังวลมาก และจะเริ่มสั่น ‘แต่ ฉันไม่ไปเด็ดขาด นอกซะจากแซคและเทย์เลอร์จะไปด้วย ถ้าฉันไป แล้วทุกคนไม่ไปด้วย ฉันจะเป็นคนที่แย่มากที่ทิ้งเพื่อนร่วมวงไว้ข้างหลัง’ นั่นเป็นเรื่องทีฉันพึงกระทำ เพราะว่าฉันเป็นเป้าสายตาเสมอ เพียงเพราะฉันเป็นผู้หญิงในวง
ฉันพยายามไม่ทำให้ตัวเองดูเหมือนเป็นเหยื่อจากเรื่องนี้ เพราะฉันรู้สึกแข็งแกร่งมาก ฉันเลือกทางเดินแบบนี้ และฉันคิดว่าฉันรับมือกับมันได้ แต่ความจริงก็คือความจริง ไม่ว่าคนอื่นจะมองเห็นมันหรือไม่ มันก็จะเป็นแบบนั้น แต่ฉันรู้สึกได้
ฉันไม่รู้จริงๆว่ามันเป็นยังไงสำหรับมาตรฐานทั่วไปที่ไม่มีทางได้มันมา

คุณพูดถึงความรู้สึกที่ใช้ชีวิตในเพลงของ After Laughter ในชีวิตจริง มันเป็นความท้าทายมั้ยที่ต้องพูดและร้องเกี่ยวกับความรูสึกที่คุณยังพบเจอมันอยู่?

ถ้าฉันสามารถวางแผนได้ ฉันอยากจะบอกว่า ‘ปล่อยให้ฉันจัดการชีวิตฉันให้เข้าที่เข้าทางก่อน หาทางออกให้กับปัญหาพวกนี้ แล้วเราค่อยปล่อยอัลบั้มออกมา แล้วฉันจะสามารถตอบคำถามได้ว่าทำยังไงให้ทุกอย่างมันดีขึ้น’ แต่ฉันไม่อยากเป็นคนเล่าเรื่องเกี่ยวกับว่า ‘ทุกๆอย่างมันจะต้องดีขึ้น’ ฉันจะบอกแค่ว่า ‘ทุกๆอย่างก็คือทุกๆอย่างนั้นแหละ’
ฉันไม่รู้นะว่ามันมีความหมายกับคนอื่นยังไง แต่ที่ฉันทำได้คือ ตื่นขึ้นมา ร้องเพลงที่ฉันรักมากกว่าทุกๆสิ่งบนโลกใบนี้ และกลับบ้าน นอนลง และภูมิใจกับสิ่งที่ฉันทำ ฉันรู้สึกขอบคุณที่ในชีวิตฉันมีเพื่อนที่ดี ผู้คนเหล่านี้ที่โตมากับฉัน และเริ่มทำวงด้วยกัน และบางทีเราก็ไปออกรายการทีวีโชว์ เล่นเพลงเหล่านี้ที่เราเขียนด้วยกัน ฉันรู้สึกขอบคุณมากๆ และภูมิใจที่ยังมีชีวิตอยู่เพื่อรู้สึกมัน

ที่มา i-d.vice.com

 

0 0 vote
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x